ประวัติความเป็นมา


บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อบริษัท ทรัพย์ศรีไทยคลังสินค้า จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี 2519 ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการคลังสินค้า โดยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบกิจการคลังสินค้าจากกระทรวงพาณิชย์ เพื่อการรับ ฝากสินค้าโดยมีบำเหน็จ และให้กู้เงินโดยการรับจำนำสินค้าที่รับฝาก สามารถออกใบประทวนสินค้าและใบรับของคลังสินค้าในฐานะนายคลังสินค้า ผู้ดูแลรักษาสินค้าที่รับฝาก ซึ่งผู้ฝากสามารถนำไปเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินอื่นๆ ได้ด้วย

บริษัทฯ เล็งเห็นว่ากิจการคลังสินค้าเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจการเงินประกอบกับปริมาณความต้องการใช้คลังสินค้าที่มีท่าเทียบเรือเดินทะเลมีแนว โน้มสูงขึ้น ทั้งนี้สืบเนื่องจากปริมาณผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมและผลผลิตทางด้านอุตสาหกรรมภายในประเทศ หรือที่สั่งซื้อเข้ามาบริโภคภายในประเทศ มีปริมาณสูงขึ้นทุกปี อีกทั้งนโยบายประกันราคาผลผลิตทางด้านเกษตรกรรมของรัฐบาลได้ช่วยกระตุ้นให้ความต้องการด้านคลังสินค้าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและตอบสนองความต้องการดังกล่าวบริษัทฯ จึงได้จัดทำโครงการก่อสร้างคลังสินค้าและท่าเทียบเรือเดิน ทะเลติดแม่น้ำเจ้าพระยา บนเนื้อที่ประมาณ 43 ไร่เศษ บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่ปลายปี 2523 และได้ขยายคลังสินค้าและคลังเอกสารเพิ่มขึ้นอีก 1 แห่งที่ซอยสุขสวัสดิ์ 76 อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจโดยเข้าลงทุน ในธุรกิจต่างๆ อาทิเช่น ธุรกิจน้ำมันพืช ธุรกิจอาหาร มูลค่ากว่า 2,500 ล้านบาทโดยมีรายละเอียดดังนี้


เหตุการณ์สำคัญ

  • 2561
  • มติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561
    เมษายน 2561

    ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2561 ได้มีการพิจารณาอนุมัติเรื่องที่สำคัญดังนี้

    1. อนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 704,431,290.- บาท เป็น 455,807,823.- บาท โดยตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่คงเหลือจากการจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญจำนวน 660 หุ้น และตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนเพื่อรองรับการเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) ซึ่งบริษัทยังมิได้จัดสรรเสนอขายในปี 2560 ที่ผ่านมาทั้งจำนวน 248,622,807 หุ้น รวมเป็นจำนวน 248,623,467 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.- บาท รวม 248,623,467.- บาท

    2. อนุมัติการออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ครั้งที่ 2 (“ใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 2” หรือ SSTW-2) ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น จำนวนไม่เกิน 30,387,188 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่า (ศูนย์บาท) เพื่อจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 15 หุ้นสามัญเดิมต่อใบสำคัญแสดงสิทธิฯ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ และกำหนดราคาการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 10.00 บาท ต่อหุ้น (สิบบาทถ้วน) อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิเท่ากับ 3 ปี

    3. อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 455,807,823.- บาท เป็น 759,679,703.- บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 303,871,880 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (SSTW-2) จำนวน 30,387,188 หุ้น และ รองรับการเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 273,484,692 หุ้น

  • บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนเรียบร้อยแล้ว
    พฤษภาคม 2561

    เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนเรียบร้อยแล้ว บริษัทมีทุนจดทะเบียน และทุนชำระแล้ว ดังนี้

    • ทุนจดทะเบียน 759,679,703.- บาท
    • ทุนชำระแล้ว 455,807,823.- บาท

  • 2560
  • ผู้จัดการกองทรัสต์ (REIT Manager)
    ธันวาคม 2560

    บริษัท เอสเอสที รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นผู้จัดการกองทรัสต์

  • มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 5/2560
    5 ตุลาคม 2560

    ต่ออายุการเช่าของสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (โครงการทรัพย์ศรีไทย สมาร์ท สโตเรจ)

  • มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 4/2560
    28 กันยายน 2560

    จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่จำนวน 1 บริษัท ชื่อ บริษัท เอสเอสที รีท แมเนจเมนท์ จำกัด

  • ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2560 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 มีมติอนุมัติรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และรายการเกี่ยวโยง ได้แก่
    28 กันยายน 2560

    • อนุมัติการเข้าทำสัญญาเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างระยะยาว โฉนดที่ดินเลขที่ 1475 เลขที่ดิน 278 หน้าสำรวจ 279 ตั้งอยู่ที่ ถนนสตูล ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่ 8 ไร่ 1 งาน 31 ตารางวา พร้อมอาคารบ้านเดี่ยว 2 ชั้น จำนวน 1 หลัง เป็นระยะเวลา 30 ปี คิดเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นรวม 132.72 ล้าน บาท กับนายศุภสิทธิ์ สุขะนินทร์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท
    • อนุมัติการลงทุนเพื่อปรับปรุงอาคารเดิม และก่อสร้างอาคารเพิ่ม เพื่อดำเนินกิจการโรงแรม 4 - 5 ดาว ขนาด 62 ห้องพัก ภายใต้ชื่อโรงแรม House of Tin Baron โดยมีค่าก่อสร้างและพัฒนาโครงการรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 280 ล้านบาท (แบ่งเป็น เงินลงทุนในโรงแรมประมาณ 250 ล้านบาท และร้านอาหารประมาณ 30 ล้านบาท)

  • เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัท
    19 พฤษภาคม 2560

    • ทุนจดทะเบียน 704,431,290.- บาท
    • ทุนชำระแล้ว 455,807,823.- บาท

  • บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
    เมษายน 2560

    เข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2560

  • เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัท
    27 เมษายน 2560

    อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 414,371,348.- บาท เป็น 704,431,290.- บาท

  • 2559
  • มติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท โกลเด้น กูร์เมต์ จำกัด
    พฤษภาคม 2559

    ยกเลิกสัญญาการใช้ลิขสิทธิ์แบรนด์ โควา (COVA) ในประเทศไทย

  • เพิ่มทุนชำระแล้ว
    19 พฤษภาคม 2559

    • ทุนจดทะเบียน 640,393,352.- บาท
    • ทุนชำระแล้ว 414,371,348.- บาท

  • เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัท
    26 เมษายน 2559

    อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 376,701,973.- บาท เป็น 640,393,352.- บาท

  • จัดตั้งบริษัทใหม่ในประเทศอังกฤษ ชื่อ GHC CAFE (UK) Co., Ltd.
    มีนาคม 2559

    บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมที่บริษัทถือหุ้นผ่านบริษัท มัดแมน จำกัด ที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 80.33 ได้จัดตั้งบริษัทใหม่ในประเทศอังกฤษ ชื่อ GHC CAFE (UK) Co., Ltd. โดย บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด ถือหุ้นร้อยละ 100 ทุนจดทะเบียน 200,000 ปอนด์ (อังกฤษ) แบ่งออกเป็น 200,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 ปอนด์ (อังกฤษ)

  • อนุมัติแผนการเพิ่มทุนและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) ให้แก่ประชาชนทั่วไป (IPO)
    มีนาคม 2559

    อนุมัติแผนการเพิ่มทุนและเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของบริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) (“MM”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ เพื่อเสนอขายและจัดสรรหุ้นสามัญที่ออกใหม่ให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) โดยการนำหุ้นของ MM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

  • เปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจสอบและธรรมาภิบาล
    มีนาคม 2559

    แต่งตั้งนายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและธรรมาภิบาล

  • ปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัท เอส เอส ที คลังสินค้า จำกัด
    กุมภาพัน 2559

    สัดส่วนการถือหุ้น บริษัท เอส เอส ที คลังสินค้า จำกัด (ทุนจดทะเบียน 5,000,000.00 บาท (ห้าล้านบาท))

    บมจ. ทรัพย์ศรีไทย ถือหุ้น 49,998 หุ้น มูลค่า 4,999,800.-บาท (99.9960% ของทุนจดทะเบียน)

    นายศุภสิทธิ์ สุขะนินทร์ ถือหุ้น 1 หุ้น มูลค่า 100.-บาท (0.0020% ของทุนจดทะเบียน)

    นายปิลัญชัย ประดับพงศ์ ถือหุ้น 1 หุ้น มูลค่า 100.-บาท (0.0020% ของทุนจดทะเบียน)

  • 2558
  • มติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2558
    9 กันยายน 2558

    แต่งตั้งนายศุภสิทธิ์ สุขะนินทร์ ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ

  • เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว
    21 พฤษภาคม 2558

    • ทุนจดทะเบียน 546,219,257 บาท
    • ทุนชำระแล้ว 376,701,973 บาท

  • เปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียนของบริษัท
    21 เมษายน 2558

    อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 282,527,203 บาท เป็น 546,219,257 บาท

  • 2557
  • ได้ลิขสิทธิ์พรีเมียม เบเกอรี่ คาเฟ่ ภายใต้แบรนด์ โควา (COVA)
    28 พฤศจิกายน 2557

    บริษัทซื้อหุ้นในบริษัท โกลเด้น กูร์เมต์ จำกัด โดยเข้าซื้อหุ้นจำนวน 99.998 หุ้น ซึ่งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 บริษัท โกลเด้น กูร์เมต์ จำกัด ได้ลิขสิทธิ์เฉพาะสำหรับพรีเมียม เบเกอรี่ คาเฟ่ ภายใต้แบรนด์ โควา (COVA) ประเทศอิตาลีแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

  • ซื้อหุ้นบริษัท เกรฮาวด์ จำกัด และ บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด
    22 กรกฏาคม 2557

    ประวัติความเป็นมา History

    บริษัทฯ และบริษัท มัดแมน จำกัด (บริษัทย่อย) ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิทั้งหมดของบริษัท เกรฮาวด์ จำกัด และ บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด เมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2557 ส่งผลให้ บริษัทฯสามารถขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มคลอบคลุมกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสในการ ขยายไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังช่วยให้กลุ่มบริษัทมีแบรนด์เป็นของตนเอง เพิ่มศักยภาพการขยายธุรกิจ ในอนาคต ช่วยกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจเดิมที่มีอยู่ไปยังธุรกิจแฟชั่นเสื้อผ้าสำร็จรูป

  • จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท อุตสาหกรรมวิวัฒน์ จำกัด
    กันยายน 2557

    ในเดือนกันยายน 2557 บริษัทฯ จำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัท อุตสาหกรรมวิวัฒน์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ถือหุ้นอุตสาหกรรมวิวัฒน์ในสัดส่วนร้อยละ 99.9995 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท รวมถึงเครื่องหมายการค้าและสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมวิวัฒน์ ให้แก่ บริษัท ไซม์-มรกต โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ Sime Darby Plantation Europe Ltd., โดยทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทภายใต้ Sime Darby Group ประเทศมาเลเซีย

  • เพิ่มทุนชำระแล้ว

    เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 226,022,192 บาท เป็น 282,527,203 บาท จากการจัดสรรหุ้นปันผลจำนวน 56,505,011 หุ้น

  • เพิ่มทุนจดทะเบียน

    เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 334,513,122 บาท เป็น 418,141,055 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญ และรองรับการเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate)

  • 2556
  • ย้ายหมวดธุรกิจ
    2 กรกฎาคม 2556

    ย้ายหมวดธุรกิจไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ทำการปรับย้ายหมวดธุรกิจของ บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) จาก “กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (Services) หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics)” ไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร (Agro & Food Industry) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage)” ตั้งแต่วันที่ เป็นต้นไป

  • เพิ่มทุนชำระแล้ว

    เพิ่มทุนชำระแล้วจาก 180,817,904 บาท เป็น 226,022,192 บาท จากการจัดสรรหุ้นปันผลจำนวน 45,204,288 หุ้น

  • เพิ่มเงินทุนจดทะเบียน

    เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 271,227,395 บาท เป็น 334,513,122 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญ และรองรับการเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate)

  • 2555
  • เป็น 1 ในทำเนียบสุดยอดบริษัท โดยนิตยสาร Forbes Asia
    สิงหาคม 2555

    ประวัติความเป็นมา History

    จากการดำเนินธุรกิจที่มีผลกำไรอย่างต่อเนื่องและการขยายธุรกิจทำให้บริษัทมีการเจริญเติบโตอย่างโดดเด่นทำให้บริษัททรัพย์ศรีไทยจำกัด (มหาชน) ผ่านการคัดเลือกโดยนิตยสาร Forbes Asia ให้เข้าไปอยู่ในทำเนียบสุดยอด 200 บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหรือ Asia's 200 Best Under a Billion ประจำปี 2555* จากบริษัทที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นทั้งหมด 15,000 บริษัทจาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(มีบริษัทจดทะเบียนไทยผ่านการคัดเลือกโดยนิตยสาร Forbes Asia จำนวน 6 บริษัท) ซึ่งบริษัทที่จะเข้าสู่Asia's 200 Best Under a Billion ได้จะต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ประจำปีระหว่าง 5 – 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิและเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปโดยมีอัตราการเติบโตของยอดขายและกำไรรวมถึงอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 12 เดือนและ 3 ปีล่าสุดโดดเด่น

  • ปรับโครงสร้างการถือหุ้น
    มิถุนายน 2555

    บริษัทได้ปรับโครงสร้างการถือหุ้นในบริษัทย่อยโดยอนุมัติขายหุ้นบริษัทเอบีพีคาเฟ (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทโกลเด้นโดนัท (ประเทศไทย) จำกัดที่ถือโดยบริษัทในสัดส่วน ร้อยละ 59 ให้กับบริษัทมัดแมนจำกัดซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นอยู่ในสัดส่วนร้อยละ 100 ซึ่งผลจากการขายหุ้นดังกล่าวทำให้บริษัทมัดแมนจำกัดถือหุ้นในบริษัทเอบีพีคาเฟ (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัทโกลเด้นโดนัท (ประเทศไทย) จำกัดในสัดส่วนร้อยละ 100 ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการมีความคล่องตัว

    และบริษัทได้เพิ่มเงินลงทุนในบริษัทมัดแมนจำกัดโดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ บริษัทมัดแมนจำกัดจำนวน 2,632,500 หุ้นในราคาหุ้นละ 100.- บาทเป็นจำนวนเงิน 263,250,000.- บาท

    หลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าวแล้วทำให้บริษัทมัดแมนจำกัดมีทุนจดทะเบียนเพิ่มจาก 75,000,000.-บาทเป็น 338,250,000.- บาทและเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2555 ได้จดทะเบียนลดทุนเป็น 300,000,000.-บาทโดยการลดหุ้นบุริมสิทธิลงจำนวน 382,500 หุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100.- บาท

    จัดตั้งบริษัทย่อยทางอ้อมคือบริษัทโกลเด้นสกู๊ปจำกัดซึ่งจัดตั้งโดยบริษัทมัดแมนจำกัดซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ SST ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100 ของทุนชำระแล้ว

    บริษัทโกลเด้นสกู๊ปจำกัดก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาทเพื่อประกอบธุรกิจผลิตนำเข้าจำหน่ายไอศครีมขนมและอาหารชนิดต่างๆโดยเมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม 2555 ได้เข้าซื้อทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบกิจการจำหน่ายไอศครีมภายใต้แบรนด์ Baskin Robbins แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจากบริษัทบิ๊กสกู๊ปส์จำกัด

  • จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้ว
    พฤษภาคม 2555

    เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2555 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วจากการจัดสรรหุ้นปันผลจำนวน 30,136,018 หุ้น (คงเหลือที่ไม่ได้จัดสรร 360 หุ้น) จึงทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วดังนี้

    • ทุนจดทะเบียน 271,227,395 บาท
    • ทุนชำระแล้ว 180,817,904 บาท
  • พิจารณาอนุมัติเรื่องที่สำคัญ
    เมษายน 2555

    ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2555 ได้มีการพิจารณาอนุมัติเรื่องที่สำคัญดังนี้

    • อนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียนของบริษัทจากเดิม 151,250,000 บาทเป็น 150,681,886 บาทโดยตัดหุ้นสามัญจดทะเบียนที่คงเหลือจากการจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 568,114 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท รวม 568,114 บาท
    • อนุมัติให้ออกและจัดสรรหุ้นสามัญเพื่อรองรับการจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญในอัตรา 5 หุ้น เดิมต่อ 1 หุ้นปันผลจำนวน 30,136,378 หุ้น
    • อนุมัติให้เพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 90,409,131 หุ้น ซึ่งบริษัทยังไม่ได้ดำเนินการออกและจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนในปี 2555 ที่ผ่านมา
      จากการอนุมัติมติดังกล่าวทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนณวันที่ 10 พฤษภาคม 2555 ดังนี้
      • ทุนจดทะเบียน 271,227,395 บาท
      • ทุนชำระแล้ว 150,681,886 บาท
    • อนุมัติโครงการร่วมลงทุนระหว่างนายจ้างและลูกจ้างบริษัททรัพย์ศรีไทยจำกัด(มหาชน) ครั้งที่ 2 “EJIP” (Employee Joint Investment Program)ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้า76สรุปข้อมูลเกี่ยวกับโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน
  • จัดตั้ง บริษัทส่งเสริมปศุสัตว์ไทย จำกัด
    กุมภาพันธ์ 2555

    จัดตั้งบริษัทย่อยทางอ้อมคือบริษัทส่งเสริมปศุสัตว์ไทยจำกัดซึ่งจัดตั้งโดยบริษัทอุตสาหกรรมวิวัฒน์จำกัดซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทย่อยโดยตรงที่ SST ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 99.9995 ของทุนชำระแล้ว

    บริษัทส่งเสริมปศุสัตว์ไทยจำกัดก่อตั้งเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาทประกอบธุรกิจนำเข้าส่งออกค้าพืชผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์จากพืชผลทางการเกษตรทุกชนิดรวมถึงถั่วเหลืองกากเมล็ดทานตะวันกากเมล็ดฝ้ายและวัตถุดิบเพื่อใช้ผลิตอาหารสัตว์ทุกชนิด

    • ทุนจดทะเบียน 271,227,395 บาท
    • ทุนชำระแล้ว 180,817,904 บาท
  • ขยายธุรกิจ
    มกราคม 2555

    ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2555 จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 มกราคม 2555 ได้อนุมัติการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทมัดแมน จำกัด บริษัทเอบีพีคาเฟ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทโกลเด้นโดนัท (ประเทศไทย) จำกัด คิดเป็นมูลค่ารวม 1,320 ล้านบาท

    ณ วันที่ 31 มกราคม 2555 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนชำระแล้วจาก 121,000,000 บาทเป็น 150,681,886 บาทจากการที่มีผู้มาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญตามใบสำคัญแสดงสิทธิจำนวน 29,681,886 หน่วยคิดเป็น 29,681,886 หุ้นจึงทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วณวันที่ 31 มกราคม 2555 ดังนี้

    • ทุนจดทะเบียน 151,250,000 บาท
    • ทุนชำระแล้ว 150,681,886 บาท
  • 2554
  • เข้าซื้อหุ้นของ บริษัทอุตสาหกรรมวิวัฒน์ จำกัด

    บริษัทเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท อุตสาหกรรมวิวัฒน์ จำกัด (น้ำมันพืชทิพ) โดยบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99

  • 2552
  • บริษัท เอสเอส ที คลังสินค้า จำกัด
    ตุลาคม 2552

    ประวัติความเป็นมา History

    ตั้งบริษัทย่อยชื่อ บริษัท เอสเอส ที คลังสินค้า จำกัด เพื่อดำเนินกิจการคลังสินค้ารับอนุญาต แทนบริษัทฯ ที่เลิกประกอบธุรกิจประเภทกิจการคลังสินค้ารับอนุญาต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2552 และเปลี่ยนชื่อบริษัท ทรัพย์ศรีไทยคลังสินค้า จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน)

  • 2551
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน รองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ
    พฤศจิกายน 2551

    เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 121 ล้านบาท เป็น 151,250,000 บาททุนชำระแล้ว 121,000,000 บาท เพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants)

  • 2550
  • ระบบข้อมูลอัจฉริยะ

    เปิดให้บริการจัดเก็บเอกสารและข้อมูลอัจฉริยะด้วยระบบ Automated Storage and Retrieval System เป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย

  • 2548
  • คลังสินค้า แห่งที่ 3

    ก่อสร้างคลังสินค้า แห่งที่ 3 ในบริเวณเดียวกับคลังสินค้าแห่งที่ 2 เพื่อรองรับธุรกิจคลังเอกสาร จำนวน 8 หลัง พื้นที่ประมาณ 14,154 ตารางเมตร

  • มาตรฐาน ISO 9001

    ระบบจัดเก็บเอกสารได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001

  • 2540
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้ว
    กุมภาพันธ์ 2540

    จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนชำระแล้วจากเดิม 110 ล้านบาท เป็น 121 ล้านบาท

  • 2539
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน รองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิระยะสั้น
    เมษายน 2539

    เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 110 ล้านบาท เป็น 121 ล้านบาททุนชำระแล้ว 110 ล้านบาท เพื่อรองรับการออกใบสำคัญแสดงสิทธิระยะสั้น (Short Warrants)

  • 2538
  • เปิดดำเนินการให้บริการรับฝากจัดเก็บและดูแลเอกสาร

    บริษัทฯ เปิดดำเนินการให้บริการรับฝากจัดเก็บและดูแลเอกสาร โดยใช้ระบบการควบคุมการจัดเก็บที่ทันสมัยด้วยระบบคอมพิวเตอร์และบาร์โค้ดเพื่อให้การจัดเก็บมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล

  • 2537
  • คลังสินค้า และท่าเทียบเรือเดินทะเลท่าที่ 2
    ธันวาคม 2537

    บริษัทฯ เปิดดำเนินกิจการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือเดินทะเลท่าที่ 2

  • บริษัทมหาชนจำกัด
    มิถุนายน 2537

    บริษัทฯ แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด

  • 2536
  • ก่อสร้างท่าเทียบเรือเดินทะเล และอาคารคลังสินค้าเพิ่ม
    พฤศจิกายน 2536

    บริษัทฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างท่าเทียบเรือเดินทะเลเพิ่มอีก 1 ท่า พร้อมอาคารคลังสินค้าจำนวน 5 หลัง ในบริเวณต่อเนื่องกับพื้นที่คลังสินค้าแห่งที่ 1 พื้นที่รวม 6,035 ตารางเมตร โดยใช้เงินลงทุนรวม 75 ล้านบาท

  • 2535
  • คลังสินค้าแห่งที่ 2
    ตุลาคม 2535

    บริษัทฯ เปิดดำเนินกิจการคลังสินค้าแห่งที่ 2 ประกอบด้วยอาคารคลังสินค้าจำนวน 14 หลัง อาคารสำนักงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รวมพื้นที่ 24,528 ตารางเมตร บนเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่เศษตั้งอยู่ที่ 115 หมู่ 6 ซอยสุขสวัสดิ์ 76 ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130

  • 2534
  • เพิ่มทุนจดทะเบียน
    เมษายน 2534

    บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 30 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียน 110 ล้านบาท (ชำระเต็มมูลค่า) เพื่อทำการก่อสร้างคลังสินค้าแห่งที่ 2 ตั้งอยู่บนถนนสุขสวัสดิ์ ห่างจากคลังสินค้าเดิมประมาณ 2.7 กิโลเมตร ซึ่งใช้เงินลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 240 ล้านบาท

  • 2530
  • เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
    สิงหาคม 2530

    บริษัทฯ เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  • 2526
  • เปิดกิจการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือเดินทะเล
    มกราคม 2526

    บริษัทฯ ได้เปิดดำเนินกิจการคลังสินค้าและท่าเทียบเรือเดินทะเล โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

  • 2524
  • จุดเริ่มต้น
    ตุลาคม 2524

    บริษัทฯ ได้เริ่มลงมือก่อสร้างอาคารคลังสินค้า จำนวน 25 หลัง รวมพื้นที่ 39,790 ตารางเมตร และท่าเทียบเรือเดินทะเลอาคารสำนักงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน)

ที่อยู่สำนักงานใหญ่ :

2044/25-27, ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ
เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

ข้อมูลติดต่อ :

อีเมล์ : sst@subsrithai.co.th
โทร : 0-2314-0412, 0-2314-3132, 0-2318-5514 - 5
แฟกซ์ : 0-2318-3490

ช่องทางติดตาม :